Page 13 - [E-book] วันศาสนูปถัมภ์ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๕
P. 13

วันศาสนูปถัมภ์  พ�ทธศักราช ๒๕๖๕






                     ๒.  ยุคที่ ๒ เรียกชื่อวา สังฆการีธรรมการ ไมปรากฏนามเจากรม ไดนามนี้จากกฎหมายคณะสงฆ
           ฉบับที่ ๑ ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ตราขึ้นหลังจากเสวยราชยได ๕ เดือน
                     ๓.  ยุคที่ ๓ เรียกชื่อวา สังกระรียธรรมการ ไมปรากฏนามเจากรม ไดนามนี้จากประกาศกฎเกี่ยว
           กับพระสงฆ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๔
                     ตามที่กลาวมานี้เขาใจวาชื่อกรมทั้ง ๓ นี้คงเปนกรมเดียวกัน อาจเปลี่ยนชื่อกันบาง หรือไมก็เรียก
           เพี้ยนกันบาง หรือหากเปนคนละกรม ก็คงจะเปนกรมขึ้นตอ พระยาพระเสด็จ เจากรมธรรมการใหญ
           ตามแบบแผนกรุงศรีอยุธยา


           สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย รัชกาลที่ ๒ (พ.ศ. ๒๓๕๒ – ๒๓๖๗)
                     ชื่อของกรมไดเปลี่ยนเปน  กรมสังฆการี  อันเปนการเริ่มตนใชชื่อหนวยงานนี้วา  กรม
           เปนการแนนอนเปนครั้งแรก เจากรมสังฆการีในแผนดินนี้ ไดความจากหนังสือราชสกุลวงศกรุงรัตนโกสินทร

           วาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย ทรงสถาปนา พระเจานองยาเธอ พระองคเจาชายไกรสร
           (พระราชโอรสองคที่ ๓ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช) เปน กรมหมื่นรักษรณเรศ
           เปนผูกำกับกรมสังฆการี เปนองคแรก

           สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๓ (พ.ศ. ๒๓๖๗-๒๓๙๔)

                     สมัยแผนดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว  รัชกาลที่  ๓  กรมหมื่นรักษรณเรศ
           ซึ่งไดเลื่อนเปน กรมหลวงรักษรณเรศ ผูกำกับกรมสังฆการี ถูกลงพระอาญาสิ้นพระชนม จึงทรงสถาปนา
           พระองคเจาชายสุทัศน (พระราชโอรสองคที่ ๔๐ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช)
           ซึ่งเปนพระราชปตุลาของพระองคขึ้นเปน กรมหมื่นสรไกรวิชิต ซึ่งเปนตนราชสกุลสุทัศน เปนผูกำกับ
           กรมสังฆการีแทน นับเปนผูกำกับกรมสังฆการี องคที่ ๒


           สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๔ (พ.ศ. ๒๓๙๔-๒๔๑๑)
                     ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๔ มีการเพิ่มชื่อตอทายจากคำวา
           กรมสังฆการี เปน กรมสังฆการีธรรมการ มีผูกำกับกรม ๑ ตำแหนง และ ตำแหนงอื่นอีก ๓ ตำแหนง ดังนี้
                     พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงแตงตั้งให สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟามหามาลา

           กรมพระยาบำราบปรปกษ (เจาฟาชายกลาง) พระราชโอรสองคที่ ๖๕ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย
           รัชกาลที่ ๒ ซึ่งเปนพระเจานองยาเธอของพระองค และเปนตนราชสกุล มาลากุล เปนผูกำกับกรม
           สังฆการีธรรมการ และเปนเจากรมสังฆการีธรรมการ องคที่ ๑ ในรัชสมัยของพระองค และเปนองคที่ ๓
           ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร (องคที่ ๑ คือ กรมหลวงรักษรณเรศ องคที่ ๒ คือ กรมหมื่นสรไกรวิชิต)
                     ครั้นเมื่อสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟากรมพระยาบำราบปรปกษ ทรงโปรดวาการในตำแหนง
           อื่นๆ  โดยเฉพาะแลว  พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวไดทรงสถาปนา  พระองคเจาอรรณพ
           (พระราชโอรสองคที่ ๓๒ ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๓ ซึ่งเปนพระภาคิไนย
           ของพระองค และเปนตนราชสกุล อรรณพ) ขึ้นเปน กรมหมื่นอุดมรัตนราษี แลวโปรดใหเปนผูกำกับ
           กรมสังฆการีธรรมการตอจากสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟากรมพระยาบำราบปรปกษ ซึ่งนับวาเปน

           ผูกำกับ องคที่ ๒ ในรัชสมัยของพระองค และเปนองคที่ ๔ ในสมัยรัตนโกสินทร



       12
       12
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18