กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม

ค้นหา

หมวดหมู่

บทความองค์ความรู้

ศาสนาต่าง ๆ เริ่มเข้ามาเผยแผ่ในแผ่นดินไทยตั้งแต่สมัยโบราณ โดยศาสนาพราหมณ์-ฮินดูได้เข้ามาเผยแผ่ควบคู่พร้อมกับศาสนาพุทธตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 8-9 ส่วนศาสนาอิสลามแผ่ขยายเข้ามาทางหัวเมืองประเทศราชสมัยอาณาจักรสุโขทัย ศาสนาคริสต์ได้เผยแผ่เข้ามาในสมัยกรุงศรีอยุธยา และศาสนาซิกข์เข้าสู่ประเทศไทย ในสมัยรัตนโกสินทร์ การเข้ามาเผยแผ่ของทุกศาสนาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ทรงเปิดโอกาสให้ทุกศาสนาได้เข้ามาเผยแผ่ศาสนาได้อย่างเสรี ไม่มีการกีดกั้นในการนับถือศาสนาและ การประกอบกิจทางศาสนา

เรื่อง : พระพุทธวิโลกนญาณบพิตรสิริกิตติธรรมโสตถิมงคลพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

คู่มือการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต

ช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียน / ร้องทุกข์สำหรับประชาชน

ขั้นตอนการรับเรื่องร้องเรียน / ร้องทุกข์

แผนผังกำหนดผู้รับผิดชอบ รับเรื่องร้องเรียนของประชาชน

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206 ความผิดเกี่ยวกับศาสนา ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560]”

แบ่งปันความรู้ทางศาสนาสู่สาธารณะ “นาค : ตำนานและความเชื่อที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา” เรื่องราวเกี่ยวกับนาคมีความเกี่ยวพันกับวิถีชีวิต สะท้อนถึงตำนานและความเชื่อมาแต่อดีตสื่อออกมาผ่านทางขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม พิธีกรรมต่าง ๆ

วันอีฎิ้ลอัดฮา เป็นวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม เพื่อรำลึกถึงความศรัทธาและการเสียสละของนบีอิบรอฮิม ชาวมุสลิมจะร่วมละหมาดพิเศษตอนเช้า และประกอบพิธีเชือดสัตว์พลีกรรมเพื่อแบ่งปันแก่ผู้ยากไร้ วันนี้สะท้อนคุณค่าของความเมตตา การเสียสละ และการอยู่ร่วมกันในสังคม

ศาสนาซิกข์ ถือกำเนิดในประเทศอินเดียเมื่อปี พ.ศ. 2012 โดยมีพระศาสดา “คุรุนานัก เทพ” เป็นองค์ปฐมบรมศาสดา และมีพระศาสดาสืบทอดต่อมาอีก 9 พระองค์ โดยเป็นการสืบทอดทาง “พระธรรม” ซึ่งในปัจจุบันชาวซิกข์นับถือพระธรรมจากพระมหาคัมภีร์ศรีคุรุครันถ์สาหิบ เป็นพระศาสดานิรันดร์กาลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2251 เป็นต้นมา

​โยนิโสมนสิการ พิจารณาโดยละเอียดถี่ถ้วน ไม่ปล่อยใจไปตามกระแส ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ความเห็น และอารมณ์ปะทะ สิ่งที่เราต้องมีไม่ใช่แค่ความรู้…แต่คือ “การใคร่ครวญเป็น” ซึ่งตรงกับหลักทางพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า “โยนิโสมนสิการ”

​กระทรวงวัฒนธรรม ชวนทำความเข้าใจ "บัว ๔ เหล่า" ที่พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบตามสติปัญญาและการเข้าถึงธรรมของบุคคล ๔ จำพวก

แบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ : หลักธรรมนำชีวิต "ใจที่มีหิริโอตตัปปะ คือใจที่ยังมีสำนึกในความดีอยู่" หิริโอตัปปะ ธรรม 2 ข้อที่ช่วยยับยั้งชั่งใจ ไม่ให้ทำความชั่ว หิริ คือ ละอายที่จะทำบาป โอตตัปปะ คือ เกรงกลัวต่อผลของบาป หิริโอตตัปปะ คือเกราะป้องกันใจ ไม่ให้ไถลไปสู่ความชั่ว ผู้ที่มีหิริโอตตัปปะคือผู้ที่มีจิตสำนึกผิดชอบชั่วดีไม่กระทำความชั่วทั้งต่อหน้าและลับหลัง การมีหิริโอตตัปปะจะช่วยให้บุคคลประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมและหลีกเลี่ยงความชั่วทั้งหลาย "หิริคือแป้นเบรก โอตตัปปะคือไฟเตือน อย่าให้ใจวิ่งชนบาป"

ธรรมวินัย คือ ชื่อเดิมของพระพุทธศาสนา ธรรมวินัย หมายถึง คำสั่งสอน ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศไว้สำหรับเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ และเพื่อความมั่นคงของพระศาสนา เรียกเต็มว่า พระธรรมวินัย แยกเป็นธรรมกับวินัย ธรรม คือ คำสั่งสอนที่เนื่องด้วยการปฏิบัติได้แก่คำสั่งสอนที่รวมอยู่ในพระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก วินัย คือ คำสั่งสอนที่เนื่องด้วยข้อบัญญัติ ได้แก่คำสั่งสอนที่รวมอยู่ในพระวินัยปิฎก ธรรมวินัย เป็นคำที่ใช้เรียกคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาก่อนที่จะใช้ว่า “พระพุทธศาสนา” ซึ่งถูกนำมาใช้เรียกแทนในภายหลัง พระธรรมวินัยถือว่าเป็นหลักเป็นองค์แทนพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงมอบหมายไว้ว่า ธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนพระองค์หลังจากทรงล่วงลับไป ขอบคุณข้อมูลจาก พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุดคำวัด ของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙, ราชบัณฑิต)

แบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ : หลักธรรมนำชีวิต จักร ๔ ธรรมนำชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ดุจล้อนำรถไปสู่ที่หมาย ๑. ปฏิรูปเทสวาสะ : อยู่ในถิ่นที่ดี มีสิ่งแวดล้อมเหมาะสม ๒. สัปปุริสูปัสสยะ : การคบหาสมาคมกับคนที่มีคุณธรรม ๓. อัตตสัมมาปณิธิ : ตั้งตนไว้ชอบ, ตั้งจิตคิดมุ่งหมาย นำตนไปถูกทาง ๔. ปุพเพกตปุญญตา : ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ก่อนแล้ว, มีพื้นเดิมดี, ได้สร้างสมคุณความดีเตรียมพร้อมไว้แต่ต้น ธรรม ๔ ข้อนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พหุการธรรม คือธรรมมีอุปการะมาก เป็นเครื่องช่วยให้สามารถสร้างความดีอื่นๆ ทุกอย่าง และช่วยให้ประสบความเจริญก้าวหน้าในชีวิต บรรลุความงอกงามไพบูลย์ จักร ๔ เป็นหลักธรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น การเลือกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี, การคบคนดี, การตั้งใจทำความดีและการสร้างบุญกุศล จะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตมีความเจริญก้าวหน้า และมีความสุขอย่างยั่งยืน

ศรัทธา ๔ (ความเชื่อที่ไม่งมงาย ๔ ประการ) ๑. กัมมสัทธา "ความเชื่อในเรื่องกรรม" เชื่อว่ากรรมมีจริง สามารถบอกได้ว่าการกระทำใดเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว ๒. วิปากสัทธา "ความเชื่อในเรื่องผลของกรรม" เชื่อว่ากรรมที่ทำไปแล้วต้องมีผลทำกรรมดีต้องมีผลดี ทำกรรมชั่วต้องมีผลชั่ว ๓.กัมมัสสกตาสัทธา "ความเชื่อในเรื่องที่สัตว์มีกรรมเป็นของตน" เชื่อว่าแต่ละคน มีกรรมเป็นของตน ซึ่งจะต้องรับผลของกรรมนั้นเอง คนอื่นจะมารับผลของกรรมแทนไม่ได้ ๔.ตถาคตโพธิสัทธา "ความเชื่อในเรื่องตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า" เชื่อว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงไม่ได้นำคำสั่งสอนของใครมาเผยแผ่คำสั่งสอนทุกคำสอน พระองค์ค้นพบด้วยพระองค์เอง ขอบคุณข้อมูลจาก ที่มา : พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม

สุจริต 3 อย่าง หลักธรรมพื้นฐานของชีวิตที่ดีและสังคมสงบสุข 1. กายสุจริต – สุจริตทางกาย ทำกายให้บริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม 2. วจีสุจริต – สุจริตทางวาจา พูดดี มีสติ ไม่ทำร้ายใจใคร ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ 3. มโนสุจริต – สุจริตทางใจ คิดดี คิดบริสุทธิ์ ไม่ทำร้ายใครแม้ในความคิด ไม่โลภอยากได้ของคนอื่น ไม่พยาบาท คิดร้าย เห็นถูกต้องตามธรรม (สัมมาทิฏฐิ) ผู้มีสุจริต 3 อย่าง จะมีชีวิตที่เป็นสุข ใจเป็นอิสระ และพร้อมเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ขอบคุณข้อมูลจาก ที่มา : นวโกวาท (ฉบับประชาชน) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

8 จอมเจดีย์แห่งสยามประเทศ โดยย่อ

แสดง 21 ถึง 40 จาก 40 ผลลัพธ์

หมวดหมู่หนังสือ

หนังสือแนะนำ

กองศาสนพิธี กรมการศาสนา จัดพิมพ์ ปี ๒๕๖๕


สถิติ

จำนวนยอดผู้ใช้บริการ

888,961

ครั้ง

จำนวนยอดหนังสือทั้งหมด

315

เล่ม

ลิงค์เชื่อมโยง

แบบประเมินความพึงพอใจ