เกร็ดความรู้ด้านศาสนาในพิธีบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล
แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เรื่อง : พระพุทธวิโลกนญาณบพิตรสิริกิตติธรรมโสตถิมงคล
พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของ “สมเด็จพระพันปีหลวง”
โดย กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
*********************************************************

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร หรือ “พระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพ” เพื่ออัญเชิญประดิษฐานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร บนฐานชุกชีด้านซ้ายของพระพุทธชินสีห์ พระประธานของพระอุโบสถ
พระพุทธรูปองค์นี้มี ความสูง ๑๖๓ เซนติเมตร ซึ่งเป็นความสูงเท่าพระองค์จริง และได้ประกอบพิธีเททองหล่อโดย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนิน (เสด็จไปประกอบพิธี) เป็นการส่วนพระองค์ ณ มณฑลพิธีข้างพระอุโบสถ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๐

ต่อมา เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระพุทธรูป ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยเสด็จร่วมเจริญพระพุทธมนต์ และทรงประกอบพิธีเฉพาะพระองค์ ได้แก่ ทรงเบิกพระเนตร (เปิดดวงพระเนตรพระพุทธรูปตามธรรมเนียมการประดิษฐานองค์พระครั้งแรก) ทรงเช็ดแววพระเนตรด้วยผ้าชุบน้ำพระสุคนธ์ (ผ้าชุบน้ำอบน้ำหอม) ทรงเจิมแผ่นป้ายนามพระพุทธรูป ทรงถวายผ้าทรงสะพัก (ผ้าเฉวียงบ่าที่พระพุทธรูปทรงครองในโอกาสพิเศษ) พร้อมพระราชทานพระนามว่า “พระพุทธวิโลกนญาณบพิตรสิริกิตติธรรมโสตถิมงคล” ความหมายคือ “พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระญาณสอดส่อง พระผู้เป็นที่ปลื้มใจ และอำนวยธรรมให้นำมาซึ่งความสวัสดิมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ”

ลักษณะทางศิลปกรรม ม.ร.ว.สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ ได้อธิบายในวารสาร ศิลปวัฒนธรรม (สิงหาคม ๒๕๓๓) ว่า พระพุทธรูปองค์นี้สร้างตามพุทธศิลป์แบบสุโขทัย อยู่ในอิริยาบถประทับยืน “ปางรำพึง” คือ ยกพระหัตถ์ทั้งสองทาบพระอุระ (อก)
พุทธลักษณะเฉพาะแบบสุโขทัย ได้แก่ พระพักตร์รูปไข่ พระขนง (คิ้ว) โก่ง พระเนตรเรียวยาวคล้ายกลีบบัว พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์ยิ้มละมุน ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย และมีเปลวรัศมีเหนือพระเศียร พระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก ครองจีวรห่มคลุมทั้งสองพระอังสา ลักษณะเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มศิลปะสุโขทัยหมวดใหญ่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพุทธศิลป์ที่งดงามที่สุดของไทยนอกจากนี้ พระพุทธรูปองค์นี้ยัง ทรงพระภูษาตาดทอง (ลวดลายทอง) ประดับ พระนามาภิไธยย่อ “ส.ก.” บริเวณพระอังสาขวา

ความหมายของ “ปางรำพึง”คำว่า ปาง หมายถึง ลักษณะท่าทางของพระพุทธรูปที่แสดงถึงอิริยาบถต่างๆ ปางรำพึงมีที่มาจากตอนหนึ่งในพุทธประวัติ เมื่อพระพุทธเจ้าประทับใต้ต้นอชปาลนิโครธ หลังการตรัสรู้ และทรงรำพึงถึงความลึกซึ้งของสัจธรรม จนไม่ประสงค์จะสั่งสอน เพราะเกรงว่ามนุษย์จะไม่เข้าใจ ภายหลัง ท้าวสหัมบดีพรหมได้กราบทูลอาราธนา จึงทรงตัดสินพระทัยประกาศพระธรรมโปรดเวไนยสัตว์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้จัดหมวดพุทธอิริยาบถเป็น ๔๐ ปาง โดยปางรำพึงเป็นปางที่ ๒๘ ขณะเดียวกัน ในทางพิธีทักษานพเคราะห์ พระศุกร์ ใช้พระปางรำพึงเป็นรูปเคารพประจำดวงดาว ดังนั้น “ปางรำพึง” จึงมี ความหมาย ๒ นัย๑. พระพุทธเจ้าทรงรำพึงถึงธรรมก่อนประกาศพระธรรม๒. ปางสำหรับบูชาพระศุกร์ในพิธีทักษานพเคราะห์

เหตุผลที่ทรงเลือก “ปางรำพึง”สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชสมภพในวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ตามคติทักษานพเคราะห์ วันศุกร์มีพระพุทธรูปประจำวัน คือ พระปางรำพึง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นปางรำพึง อันเป็นมงคลตามวันพระราชสมภพ

อ้างอิง :- ศิลปวัฒนธรรม Silpa-mag- วัดบวรนิเวศวิหาร. พระพุทธวิโลกนญาณบพิตรสิริกิตติธรรมโสตถิมงคล. ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ (ออนไลน์)- สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, ม.ร.ว. พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓- ขอบคุณภาพจาก : Facebook เพจเล่าเรื่องวัดบวรฯ