8 จอมเจดีย์แห่งสยามประเทศ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นผู้บัญญัติคำว่า “จอมเจดีย์” ขึ้นมา โดยตรัสแก่สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิติโสภโณมหาเถระ) เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เมื่อ พ.ศ. 2485 ว่า "การที่ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งพระบวรพุทธศาสนาทำให้มีพุทธสถานกระจายอยู่ทั่วประเทศ มีอายุและแบบศิลปกรรมแตกต่างกันตามคตินิยมและยุคสมัย ในบรรดาปูชนียสถานนับร้อยนับพันมีเพียง 8 แห่ง เท่านั้น ที่ควรค่าแก่การยกย่องให้เป็น “จอมเจดีย์แห่งสยาม" โดยที่ผนังด้านในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามกรุงเทพมหานคร มีภาพวาดรูปเจดีย์ จำนวน ๘ องค์ ซึ่งเป็นเจดีย์สำคัญที่ตั้งกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ของไทย หรือที่มักเรียกกันว่าภาพ “จอมเจดีย์ทั้ง ๘” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นผู้คัดเลือกขึ้น ประกอบด้วย พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม พระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม พระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง จังหวัดสุโขทัย พระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช เจดีย์วัดช้างล้อม จังหวัดสุโขทัย และเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาพเหล่านี้ มักได้รับการตีความว่าเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงอำนาจของสยามที่ครอบคลุมเหนือมณฑลต่างๆ ที่เจดีย์เหล่านี้ตั้งอยู่ โดยมีกรุงรัตนโกสินทร์เป็นศูนย์กลางของอำนาจ โดยจอมเจดีย์แห่งสยามประเทศมีความสำคัญ ดังนี้
๑. พระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่วัดพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม พระปฐมเจดีย์ ได้รับการคัดเลือกเป็นจอมเจดีย์เนื่องจาก “สร้างขึ้นเมื่อแรกที่พุทธศาสนามาสู่สยามประเทศ” ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงส่งสมณทูตเดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนา ณ ดินแดนสวรรณภูมิ และประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าไว้ภายในองค์เจดีย์ องค์พระปฐมเจดีย์มีรูปทรงเป็นรูประฆังคว่ำ โดยมีการจัด "งานเทศกาลนมัสการพระปฐมเจดีย์” ในวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ถึงวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ (ประมาณช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน) รวม ๙ วัน ๙ คืน๑. พระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่วัดพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม พระปฐมเจดีย์ ได้รับการคัดเลือกเป็นจอมเจดีย์เนื่องจาก “สร้างขึ้นเมื่อแรกที่พุทธศาสนามาสู่สยามประเทศ” ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงส่งสมณทูตเดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนา ณ ดินแดนสวรรณภูมิ และประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าไว้ภายในองค์เจดีย์ องค์พระปฐมเจดีย์มีรูปทรงเป็นรูประฆังคว่ำ โดยมีการจัด "งานเทศกาลนมัสการพระปฐมเจดีย์” ในวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ถึงวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ (ประมาณช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน) รวม ๙ วัน ๙ คืน

๒. พระปรางค์พระศรีมหาธาตุละโว้ ตั้งอยู่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรีพระปรางค์พระศรีมหาธาตุละโว้ ได้รับการคัดเลือกเป็นจอมเจดีย์ด้วยเป็น “สถูปเจดีย์องค์แรกที่ประดิษฐานพุทธศาสนาฝ่ายมหายานในสยามประเทศ” องค์ปรางค์เป็นศิลปะเขมรแบบบายน สร้างด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น และเป็นแบบอย่างเจดีย์ทรงปรางค์ในสมัยอยุธยาตอนต้น ได้มีการขุดค้นพบว่าภายในองค์พระปรางค์เป็นที่ประดิษฐานพระพิมพ์จํานวนมาก ซึ่งต่อมาเป็นพระพิมพ์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี

๓. พระธาตุหริภุญชัย ตั้งอยู่วัดพระธาตุหริภุญชัย อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน พระธาตุหริภุญชัย ได้รับเลือกเป็นพระธาตุจอมเจดีย์ด้วยเป็น “เจดีย์ที่สร้างก่อนเจดีย์องค์อื่นในล้านนา” โดยสร้างในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ สถาปัตยกรรมทรงเจดีย์แบบล้านนา ฐานเจดีย์ประกอบด้วยฐานปัทม์เป็นลูกบัวแก้วย่อเก็จ องค์เจดีย์ทรงระฆังกลม และตำนานกล่าวว่าประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุหลายส่วน ได้แก่ พระบรมธาตุส่วนกระหม่อม พระอุรังคธาตุ (กระดูก ส่วนอก) พระบรมธาตุส่วนนิ้วพระหัตถ์ และพระบรมสารีริกธาตุส่วนย่อยเต็มหนึ่งบาตร โดยมีการจัด “งานประเพณีแปดเป็ง สรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย” ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ (เดือน ๘ เหนือ จึงเรียก "แปดเป็ง") โดยนําน้ำจากบ่อน้ำทิพย์จากยอดดอยขะม้อ ตำบลมะเขือแจ้อำเภอเมืองลำพูน มาเป็นน้ำสรงพระธาตุ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาแต่โบราณ

๓ ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ (ประมาณเดือน กุมภาพันธ์หรือมีนาคม) กล่าวกันว่าผู้ที่ได้มาสักการะพระธาตุพนมครบ
๗ ครั้ง ถือเป็น "ลูกพระธาตุ"

๕. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง ตั้งอยู่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย พระธาตุศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง หรือ "วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง" เป็นโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย สร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ มีโบราณสถานที่สําคัญของวัด คือ “ปรางค์ประธาน" ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน เรือนธาตุด้านหน้าเป็นซุ่มโถง มีสถูปรูปดอกบัวตูมขนาดเล็ก ชาวบ้านเรียกว่า “หัวใจพระพุทธเจ้า" ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ลบเลือนไปมากด้วยกาลเวลาที่ผ่านมาหลายร้อยปี

๖. พระธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่วัดพระมหาธาตุ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช พระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช คือสถานที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาของภาคใต้ การเป็นพระธาตุจอมเจดีย์จากความสําคัญที่เป็น "เจดีย์สร้างขึ้นเมื่อพุทธศาสนา ลังกาวงศ์สถาปนาในสยาม ประเทศ” เจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำสีขาว ยอดเจดีย์หุ้มด้วยทองค่าแท้ ภายในมีสิ่งของต่างๆ ที่เป็นทองรูปพรรณและอัญมณีพระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช รวมทั้งเป็นสถานที่หนึ่งใน Unseen Thailand ด้วยองค์พระธาตุเจดีย์ไม่มีเงาตกทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางใด และมีเจดีย์บริวารถึง ๑๔๙ องค์ โดยจะมีการจัด "งานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ” ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ วันมาฆบูชา (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม) และวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ วันวิสาขบูชา (ประมาณเดือนพฤษภาคมหรือกรกฎาคม)

๗. พระเจดีย์วัดช้างล้อม ตั้งอยู่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยพระเจดีย์ช้างล้อม อยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เป็นโบราณสถานที่สําคัญแห่งหนึ่ง เจดีย์ทรงลังกา และกำแพงแก้วสี่เหลี่ยมจัตุรัสล้อมรอบ เจดีย์อยู่บนฐานประทักษิณ มีช้างปูนปั่นราย รอบทั้งสี่ด้าน จำนวน ๓๙ เชือก สันนิษฐานว่าอาจเป็นวัดเดียวกับที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ซึ่งกล่าวไว้ว่า ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ได้โปรดฯ ให้ขุดน่าพระธาตุขึ้นมาท่าพิธีบูชาและเฉลิมฉลอง จากนั่นฝังลงดินและสร้างเจดีย์ครอบไว้

๘. พระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล ตั้งอยู่อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นโบราณสถานแห่งหนึ่งในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ความสําคัญในการเป็นจอมเจดีย์ คือ เจดีย์ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างเฉลิมพระเกียรติในการทรงกระทำยุทธหัตถีได้รับชัยชนะ ปัจจุบันมีการจัดงาน “ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล" ในวันวิสาขบูชางานจะเริ่มตั้งแต่การทําบุญตักบาตรพระสงฆ์ ต่อจากนั่นแห่ผ้าห่มองค์พระเจดีย์เวียนรอบเกาะเมืองอยุธยา และท่าพิธีห่มผ้าพระเจดีย์ส่วนในช่วงค่ำเวียนเทียนรอบองค์พระเจดีย์

ต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังได้คัดเลือกพระธาตุบางองค์จากจอมเจดีย์ทั้ง 8มาเชิดชูให้เป็นหนึ่งใน “สัตตมหาสถาน” หรือ “พุทธเจดียสถาน 7 แห่งของสยาม” อีกด้วย โดยเป็นสถานที่ที่ภายหลังจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรม ณ พุทธคยาแล้ว ได้เสด็จประทับ ณ สถานที่ต่างๆ 7 แห่งเพื่อทรงเสวยวิมุติสุขแห่งละ 7 วัน รวม 49 วันหรือ 7 สัปดาห์ ได้แก่
สัปดาห์ที่ 1 โพธิบัลลังก์ สมเด็จพระสัพพัญญูทรงประทับนั่งใต้ต้นศรีมหาโพธิ์เข้าสู่สมาบัติเป็นเวลา 7 วัน สัตตมหาสถานแห่งแรกนี้จึงควรหมายถึงพระปฐมเจดีย์ เนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นพระเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในสยาม
สัปดาห์ที่ 2 อนิมิสเจดีย์ จากนั้นพระพุทธเจ้าได้เสด็จยังทิศอีสาน ทรงประทับยืนและทอดพระเนตรโพธิบัลลังก์ด้วยตาไม่กะพริบ หรือทรงถวายเนตร ด้วยการยืนประสานพระหัตถ์ที่พระอุระ สัตตมหาสถานแห่งที่ 2 นี้จึงควรหมายถึงพระธาตุพนม เนื่องจากตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
สัปดาห์ที่ 5 อชปาลนิโครธ หรือต้นไทรของผู้เลี้ยงแพะ พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับเสวยวิมุตติสุขผลสมาบัติอยู่ใต้ร่มไทรที่เด็กเลี้ยงแพะหลบพักร้อน ณ ทิศอาคเนย์ หรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงนี้มีธิดามารสามตนมาผจญพระพุทธเจ้า สัตตมหาสถานแห่งที่ห้านี้ จึงควรหมายถึง พระมหาธาตุเมืองนครศรีธรรมราช
สัปดาห์ที่ 6 มุจลินท์ หรือราชาแห่งต้นมุจละ พระพุทธเจ้าทรงประทับเสวยวิมุตติสุขผลสมาบัติใต้ต้นจิก ขณะนั้นเกิดฝนหลงฤดู พญานาคมุจลินท์จึงได้ใช้พังพานของตนปกป้องพระพุทธเจ้าจากฝนตลอด 7 วัน สัตตมหาสถานแห่งที่ 5 ควรหมายถึงพระศรีรัตนมหาธาตุศรีสัชนาลัย เนื่องจากที่นี่มีการทำพระพุทธรูปปางนาคปรก
สัปดาห์ที่ 7 ราชายตนะ หรือที่อยู่แห่งพระราชา พระพุทธเจ้าประทับใต้ต้นเกดทรงรับผลสมอบาตรข้าวสัตตู สัตตมหาสถานแห่งที่ 7 นี้หมายถึงพระธาตุหริภุญไชยอย่างไม่มีข้อแม้ เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับตำนานการรับบาตรที่พรานป่าถวายภัตตาหารให้แก่พระพุทธเจ้า
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
ชาตรี ประกิตนนทการ.(2547).การเมืองและสังคมในศิลปสถาปัตยกรรม : สยามสมัย ไทยประยุกต์ ชาตินิยม. มติชน.กรุงเทพมหานคร.