เกร็ดความรู้ด้านศาสนาในพิธีบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เรื่อง...ผ้าพระภูษาโยงและผ้ารองโยง
โดย กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
*****************************************************************

ผ้าภูษาโยง
ผ้าภูษาโยง หมายถึง แถบผ้าที่ผูกต่อจากปากโกศ ปากหีบศพ โกศพระอัฐิ หรืออัฐิ รวมถึงพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ที่เสด็จสวรรคต หรือบุคคลผู้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ใช้สำหรับการวางเพื่อทอดผ้าบังสุกุลให้พระสงฆ์สดับปกรณ์หรือบังสุกุลแทนการใช้สายสิญจน์ ผ้าภูษาโยงที่ทำด้วยผ้าตาดสีทองและสีเงินใช้เฉพาะในกรณีพระบรมศพหรือพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป ในการวางผ้าภูษาโยงนี้ต้องมีผ้ารองโยงรองรับ
ผ้ารองโยง
ผ้ารองโยง หมายถึง ผ้าสีขาวที่มีขนาดกว้างกว่าผ้าภูษาโยงเล็กน้อย มีขนาดกว้าง ประมาณ ๑๐ หรือ ๑๒ นิ้ว มีความยาวขึ้นอยู่กับความยาวของแถวพระสงฆ์ นำมาม้วนเป็นทรงกระบอกวางบนพาน ใช้สำหรับปูลาดรองรับผ้าภูษาโยงในพิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพและพระศพตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป
ลักษณะการใช้งาน
การใช้ผ้าภูษาโยงสำหรับพระบรมศพพระมหากษัตริย์หรือพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป เรียกว่า พระภูษาโยง พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าลงมาจนถึงผู้ที่ได้รับพระราชทานเกียรติยศเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรมราชานุเคราะห์เป็นกรณีพิเศษ เรียกว่า ภูษาโยง และตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป ต้องใช้ผ้ารองโยงประกอบด้วยทุกครั้ง
ในการลาดพระภูษาโยงนั้นต้องมีผ้ารองโยง เพื่อรองรับพระภูษาโยงอีกชั้นหนึ่ง โดยมีพระภูษาโยง ๒ สาย คือ สายที่ ๑ โยงมาจากพระโกศหรือโกศศพ สายที่ ๒ พับวางไว้บนพานตั้งอยู่ที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาบนอาสน์สงฆ์ ก่อนเริ่มพิธีสดับปกรณ์ ให้ลาดภูษาโยงสายที่ ๒ ที่อยู่บนอาสน์สงฆ์ให้ยาวไปเท่ากับแถวของพระสงฆ์ แล้วโค้งคำนับหรือน้อมไหว้ศพ (ส่วนมากนิยมโค้งคำนับ) จากนั้น นำภูษาโยงสายที่ ๑ มาเชื่อมต่อกับสายที่ ๒ หน้าโต๊ะหมู่บูชา เมื่อเรียบร้อยแล้ว ทอดผ้า และเมื่อพระสงฆ์สดับปกรณ์เสร็จ จึงเก็บพระภูษาโยงและผ้ารองโยงตามลำดับถ้าเป็นศพที่มีศักดิ์ต่ำกว่าชั้นหม่อมเจ้าลงมา ไม่ต้องใช้ผ้ารองโยง ให้ลาดผ้าภูษาโยงเช่นเดียวกับการใช้สายสิญจน์
การลาดผ้าภูษาโยงและการเก็บผ้าภูษาโยง
เมื่อถึงเวลาทอดผ้าบังสุกุล ศาสนพิธีกรจะยกผ้าภูษาโยงส่วนที่ต้องใช้ลงจากภาชนะที่รองรับ แล้ววางไว้ที่พื้นอาสน์สงฆ์ โดยให้ผ้าภูษาโยงอยู่ด้านหน้าพระสงฆ์ ให้ห่างจากริมอาสน์สงฆ์พอสมควร แล้วจับชายผ้าภูษาโยงดึงทอดวางไปจนตลอดจำนวนพระสงฆ์ที่จะบังสุกุลเมื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุลแล้ว ให้เก็บผ้าภูษาโยงทันที (เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดข้ามผ้าภูษาโยงนั้น ซึ่งถือกันว่าเป็นการข้ามศพของผู้ล่วงลับไปแล้ว) โดยใช้มือทั้งสองข้างช่วยกันเก็บผ้าภูษาโยงพับด้านปลายเข้ามาเป็นท่อน ๆ ละประมาณ ๑ ศอก หรือเก็บพับตามรอยพับที่ปรากฏอยู่แล้วนั้น แล้ววางเก็บไว้บนภาชนะสำหรับรองรับตามเดิมในกรณี ยังมีพระสงฆ์ชุดต่อไปจะมาพิจารณาผ้าบังสุกุลอีก ต้องเก็บผ้าภูษาโยงทุกครั้งที่พระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุลจบแล้ว เพื่อถวายความสะดวกแก่พระสงฆ์ในการลงจากอาสนสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์ชุดต่อไปมานั่งบนอาสน์สงฆ์เรียบร้อย แล้วจึงลาดผ้าภูษาโยงอีกก็ได้
สรุป
การใช้ ผ้าพระภูษาโยง ผ้าภูษาโยง และผ้ารองโยง ในพิธีบำเพ็ญกุศลเป็นพิธีการสำคัญที่สะท้อนถึงความเคารพสูงสุดต่อผู้ล่วงลับ การเรียนรู้ความหมายและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อร่วมรักษาแบบแผนอันทรงคุณค่านี้ให้สืบทอดต่อไป
อ้างอิงข้อมูล
- ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
- กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
- ระเบียบปฏิบัติพิธี บทที่ ๕ พิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ ค้นจาก เว็บไซต์ https://pcni.moc.go.th/th/file/get/file/20231113dc28d5919b329b319f5f0462fedb8306144804.pdf
- หนังสือแนวทางการปฏิบัติงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน สํานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
- หอสมุดพิกุลศิลปาคาร
- เพจข่าวสารงานพระพุทธศาสนา