ศาสนาต่าง ๆ เริ่มเข้ามาเผยแผ่ในแผ่นดินไทยตั้งแต่สมัยโบราณ โดยศาสนาพราหมณ์-ฮินดูได้เข้ามาเผยแผ่ควบคู่พร้อมกับศาสนาพุทธตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 8-9 ส่วนศาสนาอิสลามแผ่ขยายเข้ามาทางหัวเมืองประเทศราชสมัยอาณาจักรสุโขทัย ศาสนาคริสต์ได้เผยแผ่เข้ามาในสมัยกรุงศรีอยุธยา และศาสนาซิกข์เข้าสู่ประเทศไทย
ในสมัยรัตนโกสินทร์ การเข้ามาเผยแผ่ของทุกศาสนาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ทรงเปิดโอกาสให้ทุกศาสนาได้เข้ามาเผยแผ่ศาสนาได้อย่างเสรี ไม่มีการกีดกั้นในการนับถือศาสนาและ การประกอบกิจทางศาสนา
นับตั้งแต่การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการอุปถัมภ์ศาสนาต่าง ๆ รวมถึงสนับสนุนการเผยแผ่คำสอนของแต่ละศาสนา จวบจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และได้ทรงประกาศเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก พระองค์ทรงเจริญ รอยตามสมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราชแห่งมหาจักรีราชวงศ์ทุกพระองค์ ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านศาสนาเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรทุกหมู่เหล่า ทรงอุปถัมภ์และส่งเสริมทั้ง 5 ศาสนาในประเทศไทย อันได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่พระองค์ทรงดำรงตนเป็นพุทธมามกะ ทรงเปี่ยมไปด้วยพระราชศรัทธาในการประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงสืบสานประเพณีทางพระพุทธศาสนา เช่น พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนา พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นต้น ทรงดำรงตนเป็นแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนที่ดี และยังทรงส่งเสริมงานกิจกรรมด้านพระพุทธศาสนาในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพุทธศาสนูปถัมภกเพื่ออุปถัมภ์พระพุทธศาสนาในประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป.
ด้านศาสนาอิสลามทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการสนับสนุนส่งเสริมกิจการศาสนาอิสลาม รวมถึง ทรงสนพระราชหฤทัยในการศึกษาหลักคำสอนและหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม โดยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอุปถัมภ์ค้ำชูศาสนาอิสลามมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเป็นประธานในการพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย เป็นต้น รวมทั้งทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง จุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้นำทางศาสนาอิสลามในประเทศไทย มีหน้าที่ดูแลผู้นับถือศาสนาอิสลาม สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงแสดงให้เห็นถึงความผูกพันของพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิมเสมอมา
ในส่วนของศาสนาคริสต์พระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมศาสนาคริสต์อย่างสม่ำเสมอ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ประมุขแห่งนครรัฐวาติกันเข้าเฝ้า ในโอกาสที่เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างสัมพันธไมตรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นต่อคริสตชนทุกคณะนิกาย สร้างความสมัครสมานสามัคคีของคริสตชนไทยทุกนิกายให้รวมเป็นเอกภาพภายใต้ร่มพระบารมีขององค์พระมหากษัตริย์
ด้านศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พระองค์ทรงพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ไว้เป็นอันมาก สืบเนื่องมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดูถือเป็นศาสนาที่มีความเก่าแก่และอยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ทรงโปรดเกล้าฯ ให้คณะพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพระราชพิธีสำคัญของบ้านเมืองและของพระราชสำนัก เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา พระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นต้น นอกจากนี้พระองค์ยังทรงอุปถัมภ์และส่งเสริมกิจการของศาสนิกชนในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงอุปถัมภ์ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในประเทศไทยด้วยดีเสมอมา
ด้านศาสนาซิกข์แม้ศาสนาซิกข์จะมีศาสนิกชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนไม่มาก แต่ พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยซิกข์ก็มิได้ย่อหย่อนไปกว่าศาสนาอื่น ๆ พระองค์ ทรงอุปถัมภ์เกื้อกูลและสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนา รวมถึงทรงห่วงใยในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวซิกข์ทั้งการประกอบอาชีพและการประกอบศาสนกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนา
ในประเทศไทย แม้สังคมไทยจะมีความหลากหลายทางศาสนาอันนำมาซึ่งความเชื่อและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ประเทศไทยกลับไม่เคยประสบความขัดแย้งด้านศาสนา เพราะทั้ง 5 ศาสนาต่างได้รับพระราชทาน พระบรมราชูปถัมภ์อย่างเท่าเทียมกัน ในฐานะที่พระองค์เป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก พระองค์ทรงไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือกีดกันทางศาสนา ทรงให้ความสำคัญกับทุกศาสนาอย่างเสมอภาคและไม่ฝักใฝ่ต่อศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ทรงปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการเคารพประเพณีและพิธีกรรมของศาสนาต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนหล่อหลอมให้ ศาสนิกชนทุกศาสนารู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของชาติไทยภายใต้ร่มพระบารมี นำมาซึ่งความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างศาสนาและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติไทย รวมถึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ในปี พ.ศ. 2568 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา เพื่อถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอุปถัมภ์และส่งเสริมกิจการ ทุกศาสนาอย่างเสมอภาค รวมทั้งสะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจของพสกนิกรชาวไทยทุกศาสนาที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสดงออก ถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนคนไทยทุกศาสนาการจัดพิธีดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากองค์การศาสนา 5 ศาสนา และหน่วยงานเครือข่าย
ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ศาสนิกชนทุกศาสนาได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน สำหรับพิธีในส่วนกลางจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 15 กรกฎาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่
การประกอบพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา ซึ่งผู้นำหรือผู้แทนทางศาสนา มาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ อันเป็นมงคลของแต่ละศาสนา ดังนี้ ศาสนาพุทธ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ศาสนาอิสลาม ประกอบพิธีดุอาอ์ขอพรหรือการขอพร ศาสนาคริสต์ ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ประกอบพิธีสวดมนต์ขอพร ศาสนาซิกข์ ประกอบพิธีสวดอัรดาสและกีรตันนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผยแพร่พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจนานัปการที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยและประเทศชาติ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รับความรู้และความซาบซึ้ง
ในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์
การสาธิตผลิตภัณฑ์ชุมชน 5 ศาสนา เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาและวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนต่าง ๆ จากทั้ง 5 ศาสนา ครอบคลุมทั้งของใช้ อาหาร หรือเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย มีการบอกเล่าความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ที่อาจได้มาจากแรงบันดาลใจหรือความเชื่อ มีการสาธิตขั้นตอนการผลิตที่เป็นการรักษาเอกลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมรวมถึงส่งเสริมการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นการแสดงทางวัฒนธรรมในมิติ 5 ศาสนา เป็นการแสดงทางวัฒนธรรมในมิติแห่งความหลากหลายของ
ทั้ง 5 ศาสนาที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว โดยในตอนเริ่มต้นแต่ละศาสนาจะแสดงถึงอัตลักษณ์อันโดดเด่นของตนเอง ก่อนที่จะจบลงด้วยการอยู่รวมกันอย่างกลมเกลียวของทั้ง 5 ศาสนา สะท้อนถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกัน บนความแตกต่างทางศาสนา และแสดงให้เห็นว่าทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม
การจัดแสดงศาสนวัตถุที่สำคัญ 5 ศาสนา การนำศาสนวัตถุต่าง ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของแต่ละ 5 ศาสนา มาจัดแสดงในนิทรรศการ เช่น ศาสนาพุทธ จัดแสดงพระบรมสารีริกธาตุ ศาสนาอิสลาม นำพระมหาคัมภีร์ อัลกุรอานมาจัดแสดง ศาสนาคริสต์ จัดแสดงเครื่องประกอบพิธีมหาสนิท เช่น ไม้กางเขน พระคัมภีร์ เป็นต้น ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จัดแสดงเครื่องประกอบพิธีสำคัญ เช่น สัญลักษณ์โอม สังข์ กระดิ่ง เป็นต้น และศาสนาซิกข์ จัดแสดงสัญลักษณ์สำคัญ 5 ก (1. เกศา 2. กังฆะ 3. กาช่าหรือกะแฉรา 4. กิรปาน 5. การา) ซึ่งการจัดแสดง ศาสนวัตถุมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมงานเกิดความเข้าใจในสัญลักษณ์ทางศาสนาอื่น ๆ นอกเหนือจากศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และยอมรับความหลากหลายทางศาสนาในสังคมไทย พิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา มิได้เป็นเพียงแค่พิธีที่จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหลากหลายทางศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนในสังคมไทย สะท้อนถึงพระราชปณิธาน
อันแน่วแน่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยในความผาสุกของราษฎรโดยไม่แบ่งแยกศาสนาหรือความเชื่อบนผืนแผ่นดินไทย ศาสนาทั้ง 5 ต่างหลอมรวมอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว ภายใต้ร่มพระบารมี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยทุกศาสนา พระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้นี้ คือเสาหลักที่ทำให้ “หนึ่งแผ่นดิน ห้าศาสนา” ยังคงยืนหยัดอยู่บนความปรองดองเสมอมา อันเป็นรากฐานแห่งความมั่นคงของชาติ
อ้างอิงจาก
Somchai T. (2566).วธ. จัดพิธีทางศาสนามหามงคล โชว์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่า 5 ศาสนา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานมหกรรมศาสนิกสัมพันธ์ “มหัศจรรย์ประทีปแห่งศรัทธามหาบารมี” 17-20 ส.ค. 66. สืบค้น 5 มิถุนายน 2568, จาก https://www.thaipublicmedia.com/2023/08/M-Culture-...
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2554).รวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พ.ศ. 2553.กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทสไทย จำกัด.
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2557).รวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พ.ศ. 2557.กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทสไทย จำกัด.
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2567).พิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศล เฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพ์ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ในหลวง พระราชินี ทรงเปลี่ยน เครื่องทรงฤดูร้อน ถวาย พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร. (2566). สืบค้น 5 มิถุนายน 2568, จาก https://www.komchadluek.net/news/royal/544362
ในหลวงโปรดเกล้าฯ ให้ “โป๊ปฟรานซิส” เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ. (2562). สืบค้น 5 มิถุนายน 2568, จาก https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000...
ในหลวง-ราชินีเสด็จพระราชทานรางวัล อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานปี 2566. (2566). สืบค้น 5 มิถุนายน 2568, จากhttps://www.thairath.co.th/news/royal/2728619
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1446. (2568). สืบค้น 5 มิถุนายน 2568, จากhttps://www.sbpac.go.th/home/?p=142657
อับดุลเลาะ เบญญากาจ. (2560).ทรงโปรดสดับ"อัลกุรอาน" พระกรุณา ร.10 ต่อพสกนิกรมุสลิม. สืบค้น 5 มิถุนายน 2568, จาก https://www.posttoday.com/politics/529605