เกร็ดความรู้เรื่อง... “สดับปกรณ์”
โดย กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
************************************************************

สดับปกรณ์
สดับปกรณ์ คือ พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาที่พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ (หรือที่เรียกว่าสวดมาติกา) และพิจารณาผ้าบังสุกุลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย คำนี้ใช้ในบริบทพิธีการศพของพระบรมวงศานุวงศ์ หรือในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ มีมูลเหตุมาจากการที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดยทรงแสดงพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ตลอดพรรษา ความหมายของคำว่า สดับปกรณ์ หมายถึง คัมภีร์ 7 คัมภีร์ ซึ่งก็คือ คัมภีร์พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ เมื่อนำมาใช้เป็นคำกริยา หมายถึง การที่พระสงฆ์สวดพระอภิธรรมและชักผ้าบังสุกุล
คำว่า "สดับปกรณ์" ใช้สำหรับพระศพเจ้านายหรือบุคคลชั้นสูง หรือในพระราชพิธีสำคัญ (เช่น พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช) แตกต่างจากการเรียกพิธีศพของบุคคลทั่วไปที่เรียกว่า "การสวดมาติกาบังสุกุล"
สดับปกรณ์ (สะดับปะกอน) มาจากภาษาบาลีว่า สตฺตปฺปกรณ (สัด-ตับ-ปะ-กะ-ระ-นะ) ซึ่งแยกเป็น สัตต (เจ็ด) + ปกรณ์ (คัมภีร์) รวมเป็น สัตตัปปกรณ์ แล้วก็กร่อนลงมาเป็น สดับปกรณ์ ซึ่งมี 7 คัมภีร์ คือ
1. สังคณี หรือธัมมสังคณี เป็นการรวมข้อธรรมเข้าเป็นหมวดหมู่แล้วอธิบายทีละประเภท
2. วิภังค์ ยกหมวดธรรมสำคัญๆ ขึ้นตั้งเป็นหัวเรื่องแล้วแยกออกอธิบายชี้แจงวินิจฉัยโดยละเอียด
3. ธาตุกถา เป็นการจัดข้อธรรมต่างๆ เข้าในขันธ์ อายตนะ ธาตุ
4. ปุคคลบัญญัติ เป็นการบัญญัติความหมายของบุคคลประเภทต่างๆ ตามคุณธรรมที่มีอยู่ในบุคคลนั้นๆ
5. กถาวัตถุ เป็นการแถลงและวินิจฉัยทัศนะของนิกายต่างๆ สมัยสังคายนาครั้งที่ 3
6. ยมก เป็นการยกหัวข้อธรรมขึ้นวินิจฉัยด้วยวิธีถามตอบ โดยตั้งคำถามย้อนกันเป็นคู่ๆ
7. ปัฏฐาน เป็นการอธิบายปัจจัย 24 แสดงความสัมพันธ์เนื่องอาศัยกันแห่งธรรมทั้งหลายโดยพิสดาร
สดับปกรณ์ เป็นคำที่ใช้เรียกพิธีมาติกาบังสุกุลเนื่องด้วยศพของเจ้านาย สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงมีพระวินิจฉัยถึงที่มาและอักขรวิธีของคำสดับปกรณ์ไว้ในสาส์นสมเด็จ สรุปได้ว่า ด้วยเหตุจากที่มาของคำทั้งสองต่างกัน คือ "บังสุกุล" หมายถึง การบำเพ็ญกุศลด้วยการชักผ้าหรือทอดผ้าบังสุกุล ส่วน "สดับปกรณ์" หมายถึง การสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ โดยอาศัยเหตุการณ์ตามพุทธประวัติเป็นการบำเพ็ญกุศล แต่ก็ยังมีความนิยมในการเรียกพิธี ทั้งการทอดผ้า และการสวดพระอภิธรรมของเจ้านายว่า "สดับปกรณ์"
ขั้นตอนพิธีการสดับปกรณ์
การตั้งเครื่องบูชา: เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยที่โต๊ะหมู่บูชา และจุดธูปเทียนที่เครื่องทองน้อยหน้าพระศพอาราธนาศีล พิธีกรนำอาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล ผู้ร่วมพิธีรับศีลอาราธนาพระปริตร: พิธีกรอาราธนาพระปริตร จากนั้นพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ (สวดมาติกา / สวดพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์)การทอดผ้าบังสุกุล เจ้าภาพหรือประธานในพิธีนำผ้าบังสุกุล วางพาดบนสายสิญจน์ที่โยงจากหีบศพ หรือวางบนหีบศพพระสงฆ์ชักผ้าบังสุกุล พระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล (การชักผ้า) ด้วยการสวดมนต์บท อนิจจา วตะ สังขาราถวายเครื่องไทยธรรม เจ้าภาพถวายไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลบทสวด "อนิจจา วตะ สังขารา"
อนิจจา วต สงฺขาราอุปฺปาทวยธมฺมิโน
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เตสํ วูปสโม สุโข
บทสวดนี้เป็นบทสวดบาลีส่วนหนึ่งของสังเวคคาถา ซึ่งเป็นบทพิจารณาถึงความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต เพื่อเตือนสติให้ปลงสังขารและไม่ประมาทในชีวิต
เนื้อหาบทสวดและคำแปล
อนิจฺจา วต สงฺขารา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ
อุปฺปาทวยธมฺมิโน มีความเกิดขึ้นและความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
เตสํ วูปสโม สุโข ความสงบระงับแห่งสังขารเหล่านั้น ย่อมเป็นสุข
ความหมายที่แฝงอยู่บทสวดนี้สอนให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิต 4 ประการ ได้แก่ สรรพสิ่งทั้งหลายในโลก (ทั้งร่างกายและจิตใจ) ล้วนไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วแปรปรวนไป ทุกสิ่งมีเกิดขึ้นและต้องเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้า เมื่อมีเกิด ก็ต้องมีดับและแตกสลายไปในที่สุด การปล่อยวางและดับความยึดมั่นถือมั่นในสังขารได้ คือความสุขอย่างแท้จริง
อ้างอิง
-หนังสือพระพิธีธรรม กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
-หนังสือ "ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย" โดย นนทพร อยู่มั่งมี และธัชชัย ยอดพิชัย สำนักพิมพ์มติชน
- บทความสดับปกรณ์ โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก จากเว็บไซต์ลานธรรมจักร